เจ้าหญิงยังไม่มีชื่อ
posted on 06 Nov 2008 14:28 by mo-sala-a
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเจ้าหญิงอยู่องค์หนึ่ง เป็นบุตรธิดาเพียงคนเดียวของกษัตริย์
ผู้ครองนครอันยิ่งใหญ่
เจ้าหญิง มีรูปโฉมอันงดงามเป็นยิ่งนัก
มีรูปร่างสูงเป็นสง่า สีผิวขาวนวลอมชมพูประดุจผิวเด็กทารก
ใบหน้ากลมเรียว โค้งรับกับดวงตากลมโต และปากเรียวเล็กได้รูป
ชายใดได้เห็นเป็นต้องหลงใหลในมนเสน่ห์ความงามของเจ้าหญิง
จนมิเป็นอันกินอันนอน
แน่นอนผู้เป็นบิดาย่อมจะหวงบุตรธิดาเป็นธรรมดา
ไม่ว่าเจ้าชายจากเมืองใดมาสู่ขอผู้เป็นบิดากฺมิสามารถปล่อยบุตรของตน
ให้ออกไปมีครอบครัวได้ แม้แต่ภานนอกของวังก็ยังไม่เคยได้ก้าวย่างออกไป
แม้แต่ผุ้ชายคนเดียวที่เคยพูดคุยก็มีเพียง พ่อ เท่านั้น
เจ้าหญิง มักถามกับตัวเองว่า อิสระคือสิ่งใด
แน่นอนอิสระย่อมไม่ใชสิ่งที่เจ้าหญิงเป็น อยู่เป็นแน่
สิ่งที่เจ้าหญิงโหยหา ไม่มีผู้ใดได้ยิง ไม่มีผู้ใดที่จะรับรู้ และไม่มีใคร
ที่จะช่วยเธอใด้
จนกระทั้งวันหนึ่ง มีซาตานเกเรตัวนึ่งปลอมร่างเป็นมนุย์
ขึ้นมาเที่ยวเตร่บนเมืองของเจ้าหญิง
ซาตานได้ยินข่าวจากชาวบ้านว่าเจ้าหญิงนั้นเลอโฉมยิ่งนัก
ซาตานจึงแปลงกายเป็นนกบินไปยังปราสาทเพื่อที่จะไปยลโฉมเจ้าหญิงให้เห็นกับตาว่า งดงามแค่ใหน
ซาตานบินวนอยู่รอบปราสาทเห็นแต่หญิงสาวมากมาย
ซาตานไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด
แต่แล้วซาตานก็เห็นหยิงสาวเดินอยุ่ในสวนดอกไม้แต่ผู้เดียว
ซาตานจึงบินไปหลังพุ่มไม้ แปลงกายเป็นหญิงสาว แล้วจึงเดินเข้าไปถามหญิงในสวนดอกไม้นั้นว่า"นี่เจ้า..เจ้ารู้จักเจ้าหญิงแห่งปราสาทนี้หรือไม่"
หญิงผู้นั้นจึงหันมาสบตากับซาตานในร่างหญิงสาว
เมื่อซาตานได้พบเห็นใบหน้าของนางเพียงชั่วพริบตา
ราวกับทุงสรรพสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง ร่างกายแข็งทื่อราวกับศิลา
หัวใจเต้นระทึกจนมิอาจเป็นจังหวะ สายตาจับจ้องอยู่กับใบหน้าของนาง
ช่างงดงามยิ่งนัก
สีผิวขาวนวลอมชมพูประดุจผิวเด็กทารก
ใบหน้ากลมเรียวโค้งรับกับดวงตากลมโต และปากเรียวเล็กได้รูป
หูของซาตานไม่รับรู้สรรพสำเนียงใดๆ จนหญิงสาวต้องใช้มือสะกิต
ตรงแขน จนได้สติขึ้นมา หญิงสาวจึงกล่าวว่า
"ตัวข้านี่แหละคือเจ้าหญิงแห่งปราสาทนี้ แล้วเจ้าละคือผู้ใด"
ซาตานกระอึกกระอัก ด้วยที่ไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไร
จึงทะลึ่งตอบไปด้วยความประหม่าว่า"ข้า....ข้า..คือซาตาน"
เจ้าหญิงใด้ยินจึงกระหยิ่มยิ้มหัวเราะเบาๆดูน่ารักเป็นอันมาก
ซาตานได้เห็นจึงยิ่งทวีคูณความประหม่าเป็นหลายเท่า
คิดอะไรก็ไม่ออก ไม่รู้จะทำสิ่งไดเป็นอันดับแรก แล้วหลบสายตาเจ้าหญิง
ค่อยๆเดินกลับไปยังหลังพุ่งไม้ที่อยู่ไม่ไกล
ส่วนเจ้าหญิงก็มองตามไปคิดว่าคงเป็นชาวบ้านที่เพิ่งเข้ามาทำงานในวัง
มิรู้จักใครและยังไม่รู้ธรรมเนียมประเพณีใดๆ
เจ้าหญิงจึงไม่สนใจ หันกลับไปชมดอกไม้ตามเดิม
ฝ่ายซาตานพอได้สิกลับคืน ก็รู้ว่าตัวเองหลงใหลในความงดงามของเจ้าหญิงเสียแล้ว
และสำเนียกตัวเองได้ว่าเป็นซาตาน ตัวข้าเป็นปีศาจ ทำไมต้องกลัว
หญิงผู้อ่อนแอด้วย
เมื่อซาตานคิดได้ดังนั้น
จึงเดินออกมาจากพุ่งไม้ ซาตานในร่างหญิงสาวใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เดินรี่ตรงดิ่งมายังเจ้าหญิง
เจ้าหญิงหันไปมอง มุมปากยังไม่ทันได้ยิ้ม กลับต้องตะลึง
ด้วยซาตานนั้น เดินมาพร้อมกับกลายร่างสู่ร่างเดิม
จากหญิงสาวกลับกลายขยายตัวใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อบูดบวมขึ้น
ผิวหนังกลายเป็นสีแดงเลือด
เล็บสีดำเรียวแหลมค่อยๆงอกออก
เขาผุดงอกขึ้นจากหัวโง้งยาวออกมา
นัยตาแดงก่ำแสดงความอำมหิตอยู่ในเบ้าตาสีดำลึก
เจ้าหญิงตกใจกลัวสุดขีด ขาที่เคยมีแรงกลับอ่อนล้มลงด้วยความกลัวอย่างกระทันหัน ด้วยความตกใจในรูปลักษ์ของซาตาน
ทำให้เจ้าหญิงเป็นลมล้มพับไปในทันที
.......................................................
.................................................
แสงสว่างส่องกระทบใบหน้า ปลุกดวงตาอันหลับใหลให้ค่อยๆฟื้นตื่น
เจ้าหญิงค่อยๆลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นมันเป็นความพร่ามัวและ แสงส่วางที่ส่องผ่านช่องสี่เหลี่ยมเข้ามา
มันสว่างจ้ามาก มากจนคิดว่าสวรรคเปิดประตูไว้รอแล้วหรือ
แต่เมื่อเอ็ดใจได้เจ้าหญิงค่อยๆลุกขึ้นหันมองไปรอบตัว
ในใจยังผวาคิดถึงสิ่งอัปลักษ์ที่ได้พบ นัยตาส่อให้เห็นถึงความหวาดกลัว
และแล้วทุกอย่างก็เด่นชัดขึ้น
สิ่งรอบตัวที่เจ้าหญิงได้เห็น เป็นเพียงห้องเล็กๆห้องหนึ่ง
มีของใช้กระจุกกระจิก ต่างๆนาๆ มีเตียงกับกระจกที่สวยหรู
แก้วน้ำและแจกันพร้อมดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะ
ผนังปลายเตียงมีประตูอยู่หนึ่งบาน
เจ้าหญิงเหลียวมองสำรวจไปรอบๆห้อง ไม่มีสิ่งไดที่น่ากลัวอยู่ในห้อง
แต่ทุกอย่างดูจะไม่คุ้นเคยสำหรับเจ้าหญิง
ความสงสัยต่างๆนาๆวนเวียนอยู่ในหัว แต่ใครละจะเป็นผู้เฉลย
เมื่อมองไปยังรอบห้อง เจ้าหญิงสดุดเข้ากับช่องประตูสี่เหลี่ยม
ภายนอกช่องนั้นเห็นเป็นท้องฟ้าสีครามดูสดใสยิ่ง
จึงก้าวเดินไปยังช่องนั้น พอพ้นช่องประตูพบว่า
ภายนอกเป็นระเบียงหิน ไกลออกไปเป็นท้องฟ้าสีคราม
เจ้าหญิงใช้มือทั้งสองข้างเกาะขอบระเบียงด้วยความสงสัย
จึงกมมองดูข้างนอกระเบียง
แล้วเจ้าหญิงก็ได้พบว่า
เบื้องล่าง เป็นที่เห็นอยู่ลิบๆ คือยอดภูเขาที่มีเมฆลอยล่องบดบังให้เห็นเพียงรำไร เจ้าหญิงมองดูรอบๆระเบียงก็รู้ว่าตัวเองนั้น
อยู่บนหอคอย ที่สูงมาก สูงจนจุดที่เจ้าหญิงอยู่นั้น
มองเห็นกระทั่งขอบของโลก ที่อยู่ท้ายมหาสมุทรอันก้วางใหญ่ไพศาล
ก้มมองเห็นเสาของหอคอยดูสูงชันตรงดิ่งลงไปสู่เบื่องล่างไม่เห็นแม้ฐานของหอคอย
สิ่งที่ผุดขึ้มมาวนเวียนอยู่ในใจของเจ้าหญิงตอนนี้คือ
เธอต้องรอคอยอยู่บนนี้จริงหรือ ความเหงาและหวาดกลัวเริ่มแผ่เข้าบกคลุมกลืนกินจิตใจของเธออย่างรวดเร็ว
ไร้ซึ่งอิสรภาพ ยิ่งกว่ากรงทองที่เคยอยู่
การอยู่คนเดียวในห้องเล็กๆมันจะทรมานขนาดใหน
การรอคอยจะอีกนานสักเท่าไร
จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธออีก
หลากหลายคำถามที่ผุดขึ้นในใจ เป็นดั่งคมหอกคมดาบที่เข้ากระหน่ำทิ่มแทงหัวใจอย่างไร้ความปราณีปราศัย
หยดน้ำใหลออกจากตาของเจ้าหญิง
เจ้าหญิงเอียงกายนั่งทรุดลงกับพื้นระเบียง กอดเข้าของตัวเอง ก้มหน้าสะอึกสะอื้นไม่เป็นจังหวะ
พิงกับระเบียงบนหอคอย ที่สูง สูงจนเจ้าหญิงคิดว่า
"จะมีเจ้าชายหน้าใหนปีนขึ้นมาช่วยเธอ ให้รอดพ้นจากหอคอยนี้ได้
ดังในนิทานที่เธอฟังเมื่อยังเป็นเด็กหรือไม่"
ลมพัดผ่านยอดหอคอย หอบเอาเสียงสะอื้นร้องให้ ไปไกลแสนไกล
--------------++++++-----------
(เรื่องราวยังไม่จบ ที่เหลือไว่เขียนใหม่ตอนว่างๆ)
อ่านแล้วชอบก็เม้นให้ด้วย จะได้มี ฟีดแบค
มีเจ้าหญิงอยู่องค์หนึ่ง เป็นบุตรธิดาเพียงคนเดียวของกษัตริย์
ผู้ครองนครอันยิ่งใหญ่
เจ้าหญิง มีรูปโฉมอันงดงามเป็นยิ่งนัก
มีรูปร่างสูงเป็นสง่า สีผิวขาวนวลอมชมพูประดุจผิวเด็กทารก
ใบหน้ากลมเรียว โค้งรับกับดวงตากลมโต และปากเรียวเล็กได้รูป
ชายใดได้เห็นเป็นต้องหลงใหลในมนเสน่ห์ความงามของเจ้าหญิง
จนมิเป็นอันกินอันนอน
แน่นอนผู้เป็นบิดาย่อมจะหวงบุตรธิดาเป็นธรรมดา
ไม่ว่าเจ้าชายจากเมืองใดมาสู่ขอผู้เป็นบิดากฺมิสามารถปล่อยบุตรของตน
ให้ออกไปมีครอบครัวได้ แม้แต่ภานนอกของวังก็ยังไม่เคยได้ก้าวย่างออกไป
แม้แต่ผุ้ชายคนเดียวที่เคยพูดคุยก็มีเพียง พ่อ เท่านั้น
เจ้าหญิง มักถามกับตัวเองว่า อิสระคือสิ่งใด
แน่นอนอิสระย่อมไม่ใชสิ่งที่เจ้าหญิงเป็น อยู่เป็นแน่
สิ่งที่เจ้าหญิงโหยหา ไม่มีผู้ใดได้ยิง ไม่มีผู้ใดที่จะรับรู้ และไม่มีใคร
ที่จะช่วยเธอใด้
จนกระทั้งวันหนึ่ง มีซาตานเกเรตัวนึ่งปลอมร่างเป็นมนุย์
ขึ้นมาเที่ยวเตร่บนเมืองของเจ้าหญิง
ซาตานได้ยินข่าวจากชาวบ้านว่าเจ้าหญิงนั้นเลอโฉมยิ่งนัก
ซาตานจึงแปลงกายเป็นนกบินไปยังปราสาทเพื่อที่จะไปยลโฉมเจ้าหญิงให้เห็นกับตาว่า งดงามแค่ใหน
ซาตานบินวนอยู่รอบปราสาทเห็นแต่หญิงสาวมากมาย
ซาตานไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด
แต่แล้วซาตานก็เห็นหยิงสาวเดินอยุ่ในสวนดอกไม้แต่ผู้เดียว
ซาตานจึงบินไปหลังพุ่มไม้ แปลงกายเป็นหญิงสาว แล้วจึงเดินเข้าไปถามหญิงในสวนดอกไม้นั้นว่า"นี่เจ้า..เจ้ารู้จักเจ้าหญิงแห่งปราสาทนี้หรือไม่"
หญิงผู้นั้นจึงหันมาสบตากับซาตานในร่างหญิงสาว
เมื่อซาตานได้พบเห็นใบหน้าของนางเพียงชั่วพริบตา
ราวกับทุงสรรพสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง ร่างกายแข็งทื่อราวกับศิลา
หัวใจเต้นระทึกจนมิอาจเป็นจังหวะ สายตาจับจ้องอยู่กับใบหน้าของนาง
ช่างงดงามยิ่งนัก
สีผิวขาวนวลอมชมพูประดุจผิวเด็กทารก
ใบหน้ากลมเรียวโค้งรับกับดวงตากลมโต และปากเรียวเล็กได้รูป
หูของซาตานไม่รับรู้สรรพสำเนียงใดๆ จนหญิงสาวต้องใช้มือสะกิต
ตรงแขน จนได้สติขึ้นมา หญิงสาวจึงกล่าวว่า
"ตัวข้านี่แหละคือเจ้าหญิงแห่งปราสาทนี้ แล้วเจ้าละคือผู้ใด"
ซาตานกระอึกกระอัก ด้วยที่ไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไร
จึงทะลึ่งตอบไปด้วยความประหม่าว่า"ข้า....ข้า..คือซาตาน"
เจ้าหญิงใด้ยินจึงกระหยิ่มยิ้มหัวเราะเบาๆดูน่ารักเป็นอันมาก
ซาตานได้เห็นจึงยิ่งทวีคูณความประหม่าเป็นหลายเท่า
คิดอะไรก็ไม่ออก ไม่รู้จะทำสิ่งไดเป็นอันดับแรก แล้วหลบสายตาเจ้าหญิง
ค่อยๆเดินกลับไปยังหลังพุ่งไม้ที่อยู่ไม่ไกล
ส่วนเจ้าหญิงก็มองตามไปคิดว่าคงเป็นชาวบ้านที่เพิ่งเข้ามาทำงานในวัง
มิรู้จักใครและยังไม่รู้ธรรมเนียมประเพณีใดๆ
เจ้าหญิงจึงไม่สนใจ หันกลับไปชมดอกไม้ตามเดิม
ฝ่ายซาตานพอได้สิกลับคืน ก็รู้ว่าตัวเองหลงใหลในความงดงามของเจ้าหญิงเสียแล้ว
และสำเนียกตัวเองได้ว่าเป็นซาตาน ตัวข้าเป็นปีศาจ ทำไมต้องกลัว
หญิงผู้อ่อนแอด้วย
เมื่อซาตานคิดได้ดังนั้น
จึงเดินออกมาจากพุ่งไม้ ซาตานในร่างหญิงสาวใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เดินรี่ตรงดิ่งมายังเจ้าหญิง
เจ้าหญิงหันไปมอง มุมปากยังไม่ทันได้ยิ้ม กลับต้องตะลึง
ด้วยซาตานนั้น เดินมาพร้อมกับกลายร่างสู่ร่างเดิม
จากหญิงสาวกลับกลายขยายตัวใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อบูดบวมขึ้น
ผิวหนังกลายเป็นสีแดงเลือด
เล็บสีดำเรียวแหลมค่อยๆงอกออก
เขาผุดงอกขึ้นจากหัวโง้งยาวออกมา
นัยตาแดงก่ำแสดงความอำมหิตอยู่ในเบ้าตาสีดำลึก
เจ้าหญิงตกใจกลัวสุดขีด ขาที่เคยมีแรงกลับอ่อนล้มลงด้วยความกลัวอย่างกระทันหัน ด้วยความตกใจในรูปลักษ์ของซาตาน
ทำให้เจ้าหญิงเป็นลมล้มพับไปในทันที
.......................................................
.................................................
แสงสว่างส่องกระทบใบหน้า ปลุกดวงตาอันหลับใหลให้ค่อยๆฟื้นตื่น
เจ้าหญิงค่อยๆลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นมันเป็นความพร่ามัวและ แสงส่วางที่ส่องผ่านช่องสี่เหลี่ยมเข้ามา
มันสว่างจ้ามาก มากจนคิดว่าสวรรคเปิดประตูไว้รอแล้วหรือ
แต่เมื่อเอ็ดใจได้เจ้าหญิงค่อยๆลุกขึ้นหันมองไปรอบตัว
ในใจยังผวาคิดถึงสิ่งอัปลักษ์ที่ได้พบ นัยตาส่อให้เห็นถึงความหวาดกลัว
และแล้วทุกอย่างก็เด่นชัดขึ้น
สิ่งรอบตัวที่เจ้าหญิงได้เห็น เป็นเพียงห้องเล็กๆห้องหนึ่ง
มีของใช้กระจุกกระจิก ต่างๆนาๆ มีเตียงกับกระจกที่สวยหรู
แก้วน้ำและแจกันพร้อมดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะ
ผนังปลายเตียงมีประตูอยู่หนึ่งบาน
เจ้าหญิงเหลียวมองสำรวจไปรอบๆห้อง ไม่มีสิ่งไดที่น่ากลัวอยู่ในห้อง
แต่ทุกอย่างดูจะไม่คุ้นเคยสำหรับเจ้าหญิง
ความสงสัยต่างๆนาๆวนเวียนอยู่ในหัว แต่ใครละจะเป็นผู้เฉลย
เมื่อมองไปยังรอบห้อง เจ้าหญิงสดุดเข้ากับช่องประตูสี่เหลี่ยม
ภายนอกช่องนั้นเห็นเป็นท้องฟ้าสีครามดูสดใสยิ่ง
จึงก้าวเดินไปยังช่องนั้น พอพ้นช่องประตูพบว่า
ภายนอกเป็นระเบียงหิน ไกลออกไปเป็นท้องฟ้าสีคราม
เจ้าหญิงใช้มือทั้งสองข้างเกาะขอบระเบียงด้วยความสงสัย
จึงกมมองดูข้างนอกระเบียง
แล้วเจ้าหญิงก็ได้พบว่า
เบื้องล่าง เป็นที่เห็นอยู่ลิบๆ คือยอดภูเขาที่มีเมฆลอยล่องบดบังให้เห็นเพียงรำไร เจ้าหญิงมองดูรอบๆระเบียงก็รู้ว่าตัวเองนั้น
อยู่บนหอคอย ที่สูงมาก สูงจนจุดที่เจ้าหญิงอยู่นั้น
มองเห็นกระทั่งขอบของโลก ที่อยู่ท้ายมหาสมุทรอันก้วางใหญ่ไพศาล
ก้มมองเห็นเสาของหอคอยดูสูงชันตรงดิ่งลงไปสู่เบื่องล่างไม่เห็นแม้ฐานของหอคอย
สิ่งที่ผุดขึ้มมาวนเวียนอยู่ในใจของเจ้าหญิงตอนนี้คือ
เธอต้องรอคอยอยู่บนนี้จริงหรือ ความเหงาและหวาดกลัวเริ่มแผ่เข้าบกคลุมกลืนกินจิตใจของเธออย่างรวดเร็ว
ไร้ซึ่งอิสรภาพ ยิ่งกว่ากรงทองที่เคยอยู่
การอยู่คนเดียวในห้องเล็กๆมันจะทรมานขนาดใหน
การรอคอยจะอีกนานสักเท่าไร
จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธออีก
หลากหลายคำถามที่ผุดขึ้นในใจ เป็นดั่งคมหอกคมดาบที่เข้ากระหน่ำทิ่มแทงหัวใจอย่างไร้ความปราณีปราศัย
หยดน้ำใหลออกจากตาของเจ้าหญิง
เจ้าหญิงเอียงกายนั่งทรุดลงกับพื้นระเบียง กอดเข้าของตัวเอง ก้มหน้าสะอึกสะอื้นไม่เป็นจังหวะ
พิงกับระเบียงบนหอคอย ที่สูง สูงจนเจ้าหญิงคิดว่า
"จะมีเจ้าชายหน้าใหนปีนขึ้นมาช่วยเธอ ให้รอดพ้นจากหอคอยนี้ได้
ดังในนิทานที่เธอฟังเมื่อยังเป็นเด็กหรือไม่"
ลมพัดผ่านยอดหอคอย หอบเอาเสียงสะอื้นร้องให้ ไปไกลแสนไกล
--------------++++++-----------
(เรื่องราวยังไม่จบ ที่เหลือไว่เขียนใหม่ตอนว่างๆ)
อ่านแล้วชอบก็เม้นให้ด้วย จะได้มี ฟีดแบค